วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ระเบียบข้าราชการครูและบุคคลการทางการศึกษา

ระเบียบข้าราชการครูและบุคคลการทางการศึกษา


    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า  
    โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา  
    จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอม
ของรัฐสภาดังต่อไปนี้  
    มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗”  
    มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป  


 มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๓) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘  


       มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและ แต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบ บุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอื่นที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา
      “ข้าราชการครู” หมายความว่า ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งท าหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาของรัฐ
       “คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซึ่งท าหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยใน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
        “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ท าหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงาน การศึกษา
       “วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพครู วิชาชีพบริหารการศึกษา และวิชาชีพบุคลากรทาง การศึกษาอื่น                                                                                                                      “เขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า เขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศกระทรวง
       “หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า
(๑) สถานศึกษา
(๒) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๓) ส านักงานการศึกษานอกโรงเรียน
(๔) แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา  
(๕) หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการหรือตาม ประกาศกระทรวง หรือหน่วยงานที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก าหนด
       “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนย์การเรียน วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบัน หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐที่มีอ านาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัด การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและตามประกาศกระทรวง
       “ส่วนราชการ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นกรมหรือเทียบเท่ากรม “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความว่า ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี หรือต าแหน่งที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
       “กระทรวง” หมายความว่า กระทรวงศึกษาธิการ
       “รัฐมนตรีเจ้าสังกัด” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงในกระทรวงที่มีข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ในสังกัด
        “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  
         มาตรา ๕ บรรดาค าว่า“ข้าราชการพลเรือน” ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นใด ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย เว้นแต่ จะได้มีกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดที่บัญญัติไว้ส าหรับข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะ  
         มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่มีปัญหาขัดแย้งหรือการที่จะต้องตีความในปัญหาเกี่ยวกับข้าราชการครู ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงซึ่ง ตามพระราชบัญญัตินี้ก าหนดให้เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยกเว้นข้าราชการ ครูและข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และเป็นกรณีที่พระราชบัญญัตินี้มิได้ก าหนดให้คณะกรรมการ
บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือองค์กรใดเป็นผู้ก าหนดหรือ วินิจฉัยชี้ขาด ให้เป็นอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเป็นผู้ก าหนดหรือวินิจฉัยชี้ขาด
     มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” เรียกโดย ย่อว่า
“ก.ค.ศ.” ประกอบด้วย
         (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
         (๒) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ
         (๓) กรรมการโดยต าแหน่งจ านวนแปดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการ ก.ค.ศ. และเลขาธิการคุรุสภา
       (๔)[๓] กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจ านวนเก้าคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการศึกษา ด้านการบริหารงานบุคคล ด้าน กฎหมาย ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร ด้านการศึกษาพิเศษ ด้าน การบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการผลิตและพัฒนาครู และด้านเทคโนโลยี สารสนเทศหรือด้านการบริหารจัดการความรู้หรือด้านการวิจัยและประเมินผล ด้านละหนึ่งคน
       (๕)[๔] กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง จ านวนสิบสองคน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาฝุายละหนึ่งคน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่อ อย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนดซึ่งสังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝุายละหนึ่งคน ผู้แทน  ข้าราชการครูจ านวนห้าคน ซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจ านวนสามคน ข้าราชการครูสังกัดส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจ านวนหนึ่งคน และ ข้าราชการครูสังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจ านวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครู สังกัดส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมจ านวนหนึ่งคนและผู้แทน บุคลากรทางการศึกษาอื่นสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝุายละหนึ่งคน
      หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) และกรรมการผู้แทน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตาม (๕) ให้เป็นไปตามที่ก าหนดในกฎ ก.ค.ศ.
      ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการและให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการใน ส านักงาน ก.ค.ศ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน  
      มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ ากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ และไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นผู้ด ารงต าแหน่งทางการเมือง
(๔) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(๕) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีต าแหน่งบริหารในพรรคการเมือง
(๖) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ  
      มาตรา ๙ กรรมการผู้แทนผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     (๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ มาก่อน
    (๒) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ  
      มาตรา ๑๐ กรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่อ อย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษา ตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนดต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     (๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ มาก่อน
     (๒) มีประสบการณ์ด้านการบริหารในต าแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหาร สถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
     (๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ
      มาตรา ๑๑ กรรมการผู้แทนข้าราชการครูต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     (๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ มาก่อน
     (๒) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนในวิทยฐานะไม่ต่ ากว่าครูช านาญการหรือ เทียบเท่าหรือมีประสบการณ์การสอนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
     (๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ
      มาตรา ๑๒ กรรมการผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     (๑) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่าระดับปริญญาตรี
     (๒) มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ท าหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงาน เกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงาน อื่นในหน่วยงานการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
     (๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ
      มาตรา ๑๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา มีวาระอยู่ในต าแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งใหม่ได้อีก แต่ จะด ารงต าแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระมิได้
       ถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่างลง ให้ด าเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งกรรมการแทนต าแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ก าหนดไว้ในมาตรา ๗ วรรคสอง เว้นแต่วาระการด ารงต าแหน่งของ กรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ด าเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งกรรมการแทนก็ได้ และ ให้กรรมการซึ่งแทนกรรมการในต าแหน่งที่ว่างลงมีวาระอยู่ในต าแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่ เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
      ในระหว่างที่ยังมิได้ด าเนินการให้มีกรรมการแทนต าแหน่งที่ว่างลงตามวรรคสอง และยัง มีกรรมการที่เหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้     เมื่อครบก าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและ เลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในต าแหน่งเพื่อด าเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและ กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งใหม่เข้า รับหน้าที่  
       มาตรา ๑๔ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจาก ต าแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย


(๔) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
(๖) ได้รับโทษจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิดที่ได้ กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก  
มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาพ้นจากต าแหน่งเมื่อ
    (๑) ตาย
    (๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
    (๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒
    (๕) ถูกถอดถอนโดยรัฐมนตรีตามมติของ ก.ค.ศ. ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจ านวนกรรมการทั้งหมด เมื่อปรากฏว่ามีความประพฤติไม่เหมาะสมกับต าแหน่งหน้าที่ส่อไป ในทางทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีเจตนากระท าการโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ยุติธรรม หรือใช้อ านาจ หน้าที่ที่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ ก่อนมีการถอดถอน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้น สอบสวน
    (๖)[๕] มิได้เป็นผู้ด ารงต าแหน่งหรือเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้สอนใน หน่วยงานการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่ตนได้รับเลือก  
    มาตรา ๑๖ การประชุม ก.ค.ศ. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ านวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
     ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ รองประธานกรรมการท าหน้าที่แทน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งท าหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
    ในการประชุมถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ หรือเมื่อมีกรณี เข้าข่ายที่กฎหมายก าหนดว่ากรรมการผู้นั้นมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
     การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ ขาด  
     มาตรา ๑๗ ก.ค.ศ. มีอ านาจตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ” เพื่อท าการใด ๆ แทน ก.ค.ศ. หรือท าหน้าที่เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการอื่นที่ ก าหนดตามพระราชบัญญัตินี้ได้
    ในกรณีที่ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อท าหน้าที่พิจารณาเรื่องการด าเนินการทางวินัย การ ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ให้ตั้งจากกรรมการ ก.ค.ศ. ที่เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคน และกรรมการ ก.ค.ศ. ที่เป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา จ านวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจ านวนอนุกรรมการทั้งหมด และให้น ามาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม  
      มาตรา ๑๘[๖] ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะเป็น กรรมการใน ก.ค.ศ. อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรืออนุกรรมการอื่นตาม พระราชบัญญัตินี้ในขณะเดียวกันมิได้ เว้นแต่การเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการโดยต าแหน่ง  
     มาตรา ๑๙ ให้ ก.ค.ศ. มีอ านาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
    (๑) เสนอแนะและให้ค าปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการ บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้
    (๒) ก าหนดนโยบาย วางแผน และก าหนดเกณฑ์อัตราก าลังของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งให้ความเห็นชอบจ านวนและอัตราต าแหน่งของหน่วยงาน การศึกษา
๑๐  
   (๓) เสนอแนะและให้ค าปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีในกรณีที่ค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไป มาก หรือการจัดสวัสดิการหรือประโยชน์เกื้อกูลส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังไม่เหมาะสมเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในอันที่จะปรับปรุงเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงิน ประจ าต าแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลส าหรับข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสม
   (๔) ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการบริหารงาน บุคคล    ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กฎ ก.ค.ศ. เมื่อได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
   (๕) พิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ ก.ค.ศ.มีมติเป็นประการใดแล้วให้หน่วยงานการศึกษาปฏิบัติตามนั้น
   (๖) พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคล รวมทั้งการพิทักษ์ ระบบคุณธรรมของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    (๗) ก าหนดวิธีการและเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ใน ต าแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษา รวมทั้งก าหนดอัตราเงินเดือน หรือค่าตอบแทน
    (๘) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญก าลังใจ และการยกย่องเชิดชู เกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    (๙) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นแก่ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา
   (๑๐) พิจารณาตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
   (๑๑) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน ให้ค าปรึกษา แนะน าและชี้แจงด้านการ บริหารงานบุคคลแก่หน่วยงานการศึกษา
  (๑๒) ก าหนดมาตรฐาน พิจารณา และให้ค าแนะน าเกี่ยวกับการด าเนินการทางวินัย การ ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ตามที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
   (๑๓) ก ากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครู   และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการ บริหารงานบุคคล ตรวจสอบและปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ให้มีอ านาจเรียก เอกสารและหลักฐานจากหน่วยงานการศึกษาให้ผู้แทนของหน่วยงานการศึกษา ข้าราชการ หรือ บุคคลใด มาชี้แจงข้อเท็จจริง และให้มีอ านาจออกระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งให้ส่วนราชการ หน่วยงานการศึกษา ข้าราชการหรือบุคคลใดรายงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในอ านาจหน้าที่ไปยัง  ก.ค.ศ
   . (๑๔)[๗] ในกรณีที่ปรากฏว่าส่วนราชการ หน่วยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา คณะอนุกรรมการหรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้หรือปฏิบัติการโดยไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม หรือปฏิบัติการโดยขัดหรือแย้ง กับกฎหมาย กฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนด ให้ ก.ค.ศ. มีอ านาจยับยั้งการปฏิบัติการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว เมื่อ ก.ค.ศ. มีมติเป็น ประการใดแล้ว ให้ส่วนราชการหน่วยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา คณะอนุกรรมการหรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ปฏิบัติไปตามนั้น
    (๑๕) พิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิ อย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการก าหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่ควรได้รับ
    (๑๖) ก าหนดอัตราค่าธรรมเนียมในเรื่องการปฏิบัติการต่างๆ ตามที่ก าหนดใน พระราชบัญญัตินี้                (๑๗) พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปี เกิด และควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    (๑๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น    
    มาตรา ๒๐ ให้มีส านักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียก โดยย่อว่า “ส านักงาน ก.ค.ศ.” โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่า “เลขาธิการ ก.ค.ศ.” ซึ่งมีฐานะเป็นอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการและบริหารราชการของส านักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ส านักงาน ก.ค.ศ. มีอ านาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
    (๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการด าเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
    (๒) วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส าหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาและการจัดระบบบริหารราชการในหน่วยงานการศึกษา
   (๓) ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    (๔) พัฒนาระบบข้อมูล และจัดท าแผนก าลังคนส าหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา
    (๕) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย ประสานงานและด าเนินการเกี่ยวกับการพัฒนา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
     (๖) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และบริหารเงินทุน ตลอดจนสวัสดิการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา
     (๗) ก ากับ ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงาน การศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
     (๘) จัดท ารายงานประจ าปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาเสนอ ก.ค.ศ.
    (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย    
๑๓  
    มาตรา ๒๑ ให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจ าเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา” และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจ าเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา” ส าหรับแต่ละเขตพื้นที่ การศึกษา แล้วแต่กรณีซึ่งประกอบด้วย
    (๑) ประธานอนุกรรมการซึ่งอนุกรรมการเลือกกันเองจากผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๓) ในการนี้ ให้ถือว่าอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๓) มีจ านวนเท่าที่มีอยู่
    (๒) อนุกรรมการโดยต าแหน่งจ านวนสองคน ได้แก่ ผู้แทน ก.ค.ศ. และผู้แทนคุรุสภา ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคล ด้าน การศึกษาด้านกฎหมาย หรือด้านการเงินการคลัง
     (๓) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจ านวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย และด้านการเงินการ คลังด้านละหนึ่งคน
     (๔) อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แล้วแต่กรณี จ านวนสามคน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาใน เขตพื้นที่การศึกษาจ านวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูจ านวนหนึ่งคน และผู้แทนบุคลากรทาง การศึกษาอื่นจ านวนหนึ่งคน
       ให้ผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ  อนุกรรมการตาม (๒) ซึ่งเป็นผู้แทน ก.ค.ศ. และอนุกรรมการตาม (๓) ต้องไม่เป็น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วนอนุกรรมการตาม (๒) ซึ่งเป็นผู้แทนคุรุสภาต้อง เป็นสมาชิกคุรุสภาและเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและ บุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ อนุกรรมการตาม (๒) และ (๓) ต้องไม่เป็นผู้ด ารงต าแหน่งทาง การเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีต าแหน่งบริหาร ในพรรคการเมือง  
คุณสมบัติอื่น หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการด ารงต าแหน่งและการพ้นจาก ต าแหน่งของอนุกรรมการตาม (๒) (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. ก าหนด  
มาตรา ๒๒[๙] การประชุมของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้น าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม  
       มาตรา ๒๓ ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีอ านาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้  
       (๑) พิจารณาก าหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลส าหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งการก าหนดจ านวนและอัตราต าแหน่งและเกลี่ย อัตราก าลังให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. ก าหนด
       (๒) พิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา  
       (๓) ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
        (๔) พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการด าเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการ   ร้องทุกข์ตามที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้  
        (๕) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญก าลังใจ การปกปูองคุ้มครองระบบ คุณธรรม การจัดสวัสดิการ และการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในหน่วยงานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
        (๖) ก ากับ ดูแล ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
        (๗) จัดท าและพัฒนาฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงาน การศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
       (๘) จัดท ารายงานประจ าปีที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาเพื่อเสนอ ก.ค.ศ.  
        (๙) พิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่อยู่ใน อ านาจและหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงานการศึกษา
       (๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ค. ศ. มอบหมาย  
      มาตรา ๒๔ ให้ผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บริหารราชการใน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และมีอ านาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) รับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการที่เป็นอ านาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาและตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย  
      (๒) เสนอแนะการบรรจุและแต่งตั้ง และการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่นที่อยู่ในอ านาจ และหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา  
      (๓) พิจารณาเสนอความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาใน หน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา
     (๔) จัดท าแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน หน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
      (๕) จัดท าทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่ การศึกษา
      (๖) จัดท ามาตรฐานคุณภาพงาน ก าหนดภาระงานขั้นต่ า และเกณฑ์การประเมินผลงาน ส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา
     (๗) ประเมินคุณภาพการบริหารงานบุคคลและจัดท ารายงานการบริหารงานบุคคลเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. ต่อไป  
     (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย  
      มาตรา ๒๕ ในส่วนราชการอื่นนอกจากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ ก.ค.ศ. ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เพื่อท าหน้าที่บริหารงานบุคคลส าหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในส่วนราชการนั้น ทั้งนี้ การตั้ง การพ้นจากต าแหน่งและขอบเขตการปฏิบัติ หน้าที่ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนด  บรรดาบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้หรือในกฎหมายอื่นที่อ้างถึง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาให้หมายถึง อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งตามวรรคหนึ่งด้วย เว้นแต่ ก.ค.ศ. จะก าหนดเป็น อย่างอื่น  ให้น าบทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับหน่วยงานการศึกษาอื่นใดที่ จ าเป็น ต้องมี อ.ก.ค.ศ. ของหน่วยงานการศึกษานั้นโดยเฉพาะด้วย  ในกรณีที่ส่วนราชการตามวรรคหนึ่งมิใช่ส่วนราชการในกระทรวง ให้ ก.ค.ศ. มีอ านาจ ก าหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในส่วนราชการนั้น  
       มาตรา ๒๖ ให้คณะกรรมการสถานศึกษา มีอ านาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงาน บุคคลส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ดังต่อไปนี้
        (๑) ก ากับ ดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ก าหนด
       (๒) เสนอความต้องการจ านวนและอัตราต าแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา
      (๓) ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา
      (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ อ.ก.ค. ศ.เขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย  ให้น าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการสถานศึกษาโดยอนุโลม  
     มาตรา ๒๗ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษา และมีอ านาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
     (๑) ควบคุม ดูแลให้การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ก าหนด
     (๒) พิจารณาเสนอความดีความชอบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน สถานศึกษา
      (๓) ส่งเสริม สนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาให้มีการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง  
      (๔) จัดท ามาตรฐานภาระงานส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน สถานศึกษา  (๕) ประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา  
     (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่นหรือตามที่ อ.ก.ค. ศ.เขตพื้นที่การศึกษาหรือคณะกรรมการสถานศึกษามอบหมาย  
     มาตรา ๒๘ ให้ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนด เป็นผู้บังคับบัญชาและบริหารหน่วยงาน และให้น ามาตรา ๒๗ มาใช้บังคับแก่ผู้ด ารงต าแหน่ง ดังกล่าวโดยอนุโลม   
แบบทดสอบระเบียบข้าราชการครูและบุคคลการทางการศึกษา คลิก ที่นี่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น